การเป่าสังข์ในพิธีบูชา

การเป่าสังข์ในพิธีบูชา

    ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ถือว่าหอยสังข์นั้นเป็นสิ่งมงคล เพราะเชื่อว่าสังข์นั้นได้กลืนเอาคัมภีร์พระเวทลงไปในท้อง อีกทั้งตรงปากสังข์ยังมีรอยพระหัตถ์ของพระวิษณุ (นารายณ์) ประทับอยู่ตรงนั้นและยังเป็นอาวุธของพระวิษณุ(นารายณ์) อันถือว่าเป็นสิริมงคล
        การถือเอาสังข์เป็นมงคลมาจากตำนาน ซึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งที่พระศิวะสร้างเขาพระสุเมรุ ทรงมีประกาศิตให้พระพรหมธาดาเป็นใหญ่กว่าพรหมทั้งหลาย เป็นเหตุให้พระพรหมองค์หนึ่งเกิดจิตริษยา จุติลงมาเป็น “สังข์อสูร” อยู่ใต้พระมหาสมุทรเชิงเขาพระสุเมรุ เบียดเบียนเขาพระสุเมรุไม่ให้อยู่เป็นปกติสุขและคอยจ้องทำร้ายพระพรหมธาดา
…วันหนึ่งพระพรหมธาดาได้นำเอาคัมภีร์พระเวท พระธรรมศาสตร์ทั้งปวงลงมาเพื่อถวายพระศิวะไว้สำหรับโลก แต่เกิดร้อนพระวรกายจึงเสด็จลงสรงน้ำที่ฝั่งพระมหาสมุทร โดยเอาคัมภีร์นั้นวางไว้เหนือฝั่งข้างพระองค์…
…สังข์อสูรเห็นเช่นนั้นก็เกิดคิดว่า ถ้าไม่มีคัมภีร์สั่งสอนโลกแล้วเทพยดาและมนุษย์ก็จะไม่นับถือพระพรหมธาดาต่อไป จึงใช้ให้ผีเสื้อน้ำไปขโมยคัมภีร์พระเวทมา แล้วสังข์อสูรก็กลืนลงท้อง พระพรหมธาดาเมื่อไม่เห็นคัมภีร์ก็เสด็จไปเฝ้าพระศิวะกราบทูลเรื่องราว หลังจากส่องญาณทราบความจริง พระศิวะจึงให้พระวิษณุ(นารายณ์) อวตารลงไปสัประยุทธ์กับสังข์อสูร..
…พระวิษณุ (นารายณ์) เป็นฝ่ายได้ชัย ทรงล้วงพระหัตถ์ขวาเข้าไปตามช่องปากสังข์อสูรเอาคัมภีร์พระเวทออกมา แล้วสังหารสังข์อสูร ปากสังข์จึงกลายเป็นรอยนิ้วพระวิษณุ-นารายณ์ ถึงทุกวันนี้..
…แล้วพระวิษณุ(นารายณ์) ก็ตรัสว่ารอยนิ้วแห่งเราอันเป็นมงคล ซึ่งยื่นเข้าไปล้วงเอาคัมภีร์พระเวท พระธรรมศาสตร์ตามช่องแห่งปากสังข์นี้ และอุทรสังข์ก็เป็นที่ทรงไว้ซึ่งคัมภีร์พระเวท พระธรรมศาสตร์ อนึ่งพระพรหมจุติลงมาเป็นสังข์ อานุภาพมงคลทั้งสามนี้ภายหน้าต่อไป ผู้ใดจะทำการมงคลให้เอาสังข์ไปเป่าให้ยินเสียงไปถึงสถานที่ใดก็เป็นอุดมมงคลจนสุดเสียงสังข์นั้น
…ที่น่าสังเกตคือ ไม่เพียงแต่ไทยที่ถือเอาสังข์เป็นมงคลนิมิต แต่ในอังกฤษแต่เดิมก็ถือว่าหอยเป็นสิ่งนำโชค ขณะที่ชาวฮินดูถือหอยสังข์ศักดิ์สิทธิ์เสมอพระลักษมี เช่นเดียวกับที่ทางทมิฬก็มีตำนานว่าพระลักษมีจุติลงมาเกิดเป็นหอยสังข์
แต่การจะเป่าพระสังข์ทุกครั้งจะต้องมีมนต์กำกับ
หากพระสังข์เป่าโดยไม่มีมนต์กำกับก็เท่ากับการเป่าไม่เกิดผลใดๆ

Posted on

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *